[x] ปิดหน้าต่างนี้


  ไข้ไทฟอยด์
  การรักษาไข้ไทฟอยด์


  ไทฟอยด์ หรือไข้ไทฟอยด์ หรือไข้รากสาดน้อยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Salmonella typhi(ซาโมเนลลา ไทฟี) ทางการกินทำให้เกิดอาการไข้สูง, ท้องร่วง, ปวดหัว, ปวดท้อง หากได้รับการรักษาอาการจะดีขึ้นภายใน 2อาทิตย์ แต่ถ้าไม่รักษาอาจมีอาการุนแรง และ 20%ของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตได้



  การรักษา

  การรักษาจะใช้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียตัวใดตัวนึงดังต่อไปนี้(ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์)

  1.Co-trimoxazole ให้ครั้งละ 2เม็ดวันละ 2ครั้งหลังอาหารเช้าเย็น

  2.Amoxicillin ให้กินครั้งละ 1 เม็ดขนาด 500mg วันละ 4ครั้ง หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอนโดยในเด็กจะให้ขนาดยา 50mg/น้ำหนักตัว 1กิโลกรัม นาน14 วัน

  3.Ciprofloxacin ส่วนใหญ่แพทย์จะจ่ายเมื่อพบว่าเชื้อแบคทีเรียดื้อต่อยาอื่นๆ โดยให้ขนาดยา 500mg ให้กินครั้งละ 1เม็ดวันละ 2ครั้ง เช้า เย็น หลังอาหาร นาน 14 วัน

  4.การให้สารน้ำเกลือแร่ และการรักษาตามอาการเช่นให้ยาลดไข้ พาราฯ และให้เกลือแร่แก่ผู้ที่มีอาการท้องร่วง

  5.ในผู้ป่วยบางรายที่หายจากโรคแต่ยังมีเชื้อแบคทีเรียหลบอยู่ในร่างกาย จะกลายเป็นพาหะของโรคต้องใช้ยา ต่อเนื่องนาน 4สัปดาห์(ก่อนได้รับยาต้องตรวจทางห้องปฎิบัติการก่อน)



  


    โรคนี้เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เสียชีวิตได้โดยอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10-20% แต่หากรักษาจะมีอัตราการเสียชีวิตแค่ 1%




  อาการของไข้ไทฟอยด์

  อาการเด่นของโรคคือ

  1.มีไข้ต่ำๆก่อนแล้วค่อยๆไต่ระดับ สูงขึ้นในแต่ละวันโดยเฉพาะเวลางกลางคืนไข้อาจจะสูงได้ถึง 40.5 องศาเซลเซียส และจะหายไปในตอนเช้า

  2.ไข้จะคงที่เมื่อมีไข้ผ่านไป 7วันโดยจะเฉลี่ยนประมาณ 39-40องศาเซลเซียส

  3.อาการจะค่อยเป็นค่อยไปเริ่มจากปวดเมื่อยตามตัว ปวดหัว เบื่ออาหาร เพลีย คล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่ไม่มีน้ำมูก และอาจมีอาการไอเล็กน้อย 

  4.บางรายอาจมีอาการท้องผูก แต่บางรายอาจท้องเสีย

  5.อาเจียน

  6.หากไม่ได้รับการรักษาอาการไข้อาจอยู่นานถึง 3สัปดาห์

  7.อาจมีผื่นแดงเกิดบริเวณลำตัวเรียกว่า Rose spots มักพบหลังมีไข้ราวๆ 5วัน แต่ไม่ได้พบในทุกคน

  8.อาจพบม้าม ตับโตได้หากเป็นเรื้อรัง



  อาการแทรกซ้อนที่อาจเจอได้

  หากปล่อยไว้ไม่ได้ทำการรักษามักพบอาการแทรกซ้อนได้หลายๆจุด โดยส่วนมากจะพบหลังสัปดาห์ที่ 3โดยมากพบอาการลำไส้อักเสบ ลำไส้เล็กทะลุ อุจจาระเป็นเลือดสดๆ หากไม่ทำการรักษาอาจส่งผลระยะยาวให้มีอาการทางระบบประสาทได้เช่นประสาทหลอน ซึมเศร้า



  การแยกโรค

  เนื่องจากไทยฟอยด์เป็นโรคนึงที่มีไข้สูงคล้ายกับหลายๆโรคเช่น ไข้หวัดใหญ่, ฉี่หนู, ไข้จับสั่น, แพทย์จึงจำเป็นต้องซักประวัติและตรวจทางห้องปฎิบัติการอย่างละเอียดเพื่อการรักษาที่แม่นยำ



  การป้องกันโรค

  1.กินอาหารที่สะอาด ปรุงสุกแล้ว

  2.ดื่มน้ำสะอาดผ่านการต้ม การกลั่น ไม่ดื่มน้ำคลอง น้ำบ่อตื้นๆ น้ำแข็งที่ไม่สะอาด

  3.ผักและผลไม้ควรล้างให้สะอาดเพราะอาจปนเปื้อนเชื้อจากปุ๋ยคอกได้ง่ายๆ

  4.มีสุขลักษณะที่ดี เช่นการใช้ส้วมซึม, ไม่ทิ้งสิ่งปฎิกูลลงแหล่งน้ำสาธารณะ

  5.การฉีดวัคซีนในบุคคลที่มีความเสี่ยง เช่นบุคคลากรทางการแพทย์, นักวิจัยที่ทำงานกับเชื้อ Salmonela typhi หรือ คนที่เดินทางไปประเทศที่มีโรคระบาด



  Credit pic: www.thehealthsite.com

  ขอบคุณข้อมูลจาก wiki


 
  โดย : ดร.สุ   เข้าชม : 179 ครั้ง
วันที่ : ศุกร์ ที่ 15 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562
 


    กำลังแสดงหน้าที่ 1  |  1





Re หัวข้อ :
รูปประกอบ : Limit 100 kB
รายละเอียด
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ชื่อของท่าน :


ข่าวประชาสัมพันธ์
 
ฐานSalary_Web เดือนพฤษภาคม 2563
ฐานSalary_Web เดือนพฤษภาคม 2563 ฐานSalary_Web เดือนพฤษภาคม 2563
ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน เมษายน 2563
ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน เมษายน 2563 ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน เมษายน 2563
ฐาน salary web เดือนเมษายน 2563
ฐาน salary web เดือนเมษายน 2563 ฐาน salary web เดือนเมษายน 2563
ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน มีนาคม 2563
ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน มีนาคม 2563 ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน มีนาคม 2563
ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2563
ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2563 ค่าตอบแทนพนักงานราชการประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2563
ฐานSalary_Web เดือนมีนาคม 2563
ฐานSalary_Web เดือนมีนาคม 2563 ฐานSalary_Web เดือนมีนาคม 2563
Tag Cloud
 
ไข้ไทฟอยด์-เว็บบอร์ด กระดานถาม-ตอบ
Copyright© 2011 All rights reserved. Powered by : maxsite 1.10
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33